Exhibit Japan: มองญี่ปุ่นผ่านสื่อจัดแสดง

หลังจากเก็บไว้นาน ช่วงวันที่ 5-13 กันยายน พ.ศ.2554 ทางทีม mor บางส่วนได้ไปเที่ยวและทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์ ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาทิศทาง วิธีการจัดแสดง และออกแบบสื่อที่สอดคล้องกับพื้นที่หรืองานสถาปัตยกรรม ใน 4 แนวความคิดของการจัดแสดงที่แตกต่างกัน แต่สะท้อนถึงสังคมและวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น ทางเทคโนโลยี จินตนาการ ศิลปะ หรือธรรมชาติ ผ่าน การเดินทางไปยังเมืองโตเกียว (Tokyo) คะนะซะวะ (Kanazawa) คะกะวะ (Kagawa) และฟุกุโอะกะ (Fukuoka) โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทุนการศึกษา สาขาวิชาสถาปัตยกรรมเดินทางไปทัศนศึกษาต่างประเทศ ระดับปริญญาโท ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ได้จัดทำรายงานผลการเดินทางมาเผยแพร่ให้กับผู้ที่สนใจด้วยครับ

หลังจากนี้ก็เจอกันที่ World Expo 2012 ที่ Yeosu เกาหลีใต้

รายงานสรุปผลการเดินทางโครงการทุนการศึกษา สาขาวิชาสถาปัตยกรรมเดินทางไปทัศนศึกษาต่างประเทศ ระดับปริญญาโท

ประจำปี พ.ศ.2554 | คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดโครงการให้ทุนการศึกษาเพื่อเดินทางไปทัศนศึกษาต่างประเทศ ระดับปริญญาโท ซึ่ง ธาริต บรรเทิงจิตร และภาสุร์ นิมมล ได้เสนอและได้รับทุนไปยังประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 5-13 กันยายน พ.ศ.2554 เพื่อศึกษาทิศทาง วิธีการจัดแสดง และออกแบบสื่อที่สอดคล้องกับพื้นที่หรืองานสถาปัตยกรรม ใน 4 แนวความคิดของการจัดแสดงที่แตกต่างกัน แต่สะท้อนถึงสังคมและวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น ทางเทคโนโลยี จินตนาการ ศิลปะ หรือธรรมชาติ ผ่าน การเดินทางไปยังเมืองโตเกียว (Tokyo) คะนะซะวะ (Kanazawa) คะกะวะ (Kagawa) และฟุกุโอะกะ (Fukuoka)

จากการได้เดินทางทัศนศึกษาตามหัวข้อที่ได้เสนอในบทความเสนอโครงการ ได้วิเคราะห์การออกแบบสื่อจัดแสดง งานสถาปัตยกรรม บริบทเมืองของประเทศญี่ปุ่น และสรุปผลเป็นรายงาน โดยประกอบด้วย

1) ผลการเดินทางทัศนศึกษา นำเสนอมุมมองความคิด และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของสื่อจัดแสดงกับบริบททางการออกแบบสถาปัตยกรรมและเมืองของประเทศญี่ปุ่น

2) การบรรยายพิเศษ นำเสนอประโยชน์ที่ทางคณะฯ จะได้รับจากโครงการ ผ่านการบรรยายพิเศษโดยเน้นการนำเสนอผลการเดินทาง ประสบการณ์ และการกระตุ้นให้เกิดการตระหนักถึงความสัมพันธ์และผลของการออกแบบสถาปัตยกรรม สื่อจัดแสดง ที่มีต่อสภาพแวดล้อมเมือง

1. ผลการเดินทางทัศนศึกษา

จากที่ได้วางแผนการเดินทางทัศนศึกษาประเทศญี่ปุ่่น ในเรื่องพิพิธภัณฑ์และการจัดแสดง ได้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ในประเด็นเบื้องต้น ด้านบริบทของสถาปัตยกรรมและผลที่มีต่อเมืองหรือสภาพแวดล้อมโดยรอบ โปรแกรมและหน้าที่ของสถาปัตยกรรม เนื้อหา สื่อ วิธีการจัดแสดง และความสัมพันธ์ของแต่ละองค์ประกอบที่ทำให้พิพิธภัณฑ์หรือสื่อจัดแสดงประสบผลสำเร็จ หรือมีความสนใจในมุมมองที่แตกต่างกัน ทว่ายังแสดงออกถึงตัวตนของประเทศญี่ปุ่น ประกอบกับการวิเคราะห์ร่วมกับหลักการออกแบบสื่อใน “เปิดมุมมองสื่อน่าสนใจในเวิลด์เอ็กซ์โป” ที่ได้สรุปความสําเร็จของการออกแบบสื่อ เป็น 6 ประการหลัก ประกอบด้วย 1) ทําให้รู้สึกมีส่วนร่วม 2) ทําให้รู้สึกผูกพัน 3) ทําให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจ 4) ทําให้รู้สึกน่าค้นหา 5) ทําให้รู้สึกซาบซึ้ง น่าติดตาม และ 6) ทําให้รู้สึกถึงผลสําเร็จ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.1 พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสมัยใหม่: Miraikan

Miraikan หรือ National Museum of Emerging Science and Innovation เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงผลงานทางเทคโนโลยี ประดิษฐกรรมล่าสุดจากหน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนวิสัยทัศน์ของญี่ปุ่นต่อเทคโนโลยีและวิถีชีวิตในอนาคต ผ่านสื่อสมัยใหม่หลากประเภท

Miraikan ตั้งอยู่บนเกาะ Odaiba เกาะมนุษย์สร้างในอ่าวโตเกียว เป็นเกาะที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมทางเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแต่เดิมเป็นเกาะที่ใช้สำหรับการป้องกันประเทศ เปลี่ยนสู่ท่าเรือ และปัจจุบันถูกใช้เป็นพื้นที่ย่านการค้า ย่านพักผ่อน และย่านที่นำเสนอเทคโนโลยีสมัยใหม่ของประเทศ ผ่านระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้าระบบอัตโนมัติทั้งสายเส้นแรกของประเทศ งานออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่แสดงถึงความท้าทายทางเทคโนโลยี เช่น สถานีโทรทัศน์ Fuji ที่ออกแบบโดย Kenzo Tange ศูนย์ประชุมนานาชาติ Tokyo Big Sight เป็นต้น และมีพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทางเทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล ศูนย์จัดแสดงเทคโนโลยี Panasonic Centre รวมถึง Miraikan

ภาพและบริบทของพื้นที่ทางเทคโนโลยีได้ถูกถ่ายทอดผ่านงานออกแบบทางสถาปัตยกรรมของ Miraikan ผ่านการออกแบบให้เป็นอาคารประหยัดพลังงานด้วยการใช้ท่อโครงสร้างอาคารเป็นช่องรับแสงและระบายอากาศภายในอาคาร และผ่านการออกแบบประโยชน์ใช้สอยภายในอาคารที่ไม่ใช่เพียงแค่การจัดแสดง แต่ยังรวมถึงการกำหนดให้มีสถาบันวิจัยศึกษา ห้องประชุม ห้องสมุด และพื้นที่สำหรับประชุมปฏิบัติการ เพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ของการสร้างพื้นที่เรียนรู้วิทยาศาสตร์ สร้างบุคลากรทางวิทยาศาสตร์ และสร้างเครือข่ายหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์ (Concept Book of The National Museum of Emerging Science and Innovation; http://www.miraikan.jst.go.jp/en/aboutus/approach.html) โดยกลุ่มผู้ใช้งานในส่วนนิทรรศการเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษาเป็นส่วนใหญ่

ภาพด้านหน้า National Museum of Emerging Science and Innovation (Miraikan)

เช่นเดียวกับองค์ประกอบอื่นของพิพิธภัณฑ์ แนวความคิดและวัตถุประสงค์ดังกล่าวยังสะท้อนผ่านการออกแบบเนื้อหาและสื่อการจัดแสดงที่แสดงถึงการเป็นผู้นำและนำเสนอวิสัยทัศน์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการถาวร และนิทรรศการพิเศษ โดยใช้สื่อจัดแสดงที่เป็นวัตถุจริงหรือจำลอง และสื่อที่เน้นการมีปฏิสัมพันธ์ (สื่อสารสองทาง) ระหว่างผู้เข้าชมกับสื่อจัดแสดง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ประสบการณ์ในการเข้าชม และเข้าใจในเนื้อหาที่มีความซับซ้อนได้ง่ายขึ้น เช่น

    • Geo-cosmos ลูกโลกขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือพื้นที่จัดแสดง พื้นผิวปิดด้วยแผง LED เพื่อแสดงข้อมูลภาพพื้นดิน อุณหภูมิ หรือข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับโลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์
    • Model of the Internet เครื่องจักรที่จำลองการทำงานของอินเตอร์เน็ตให้เห็นทางกายภาพ ผ่านการให้ผู้เข้าชมส่งลูกบอลสีขาวดำไปยังจุดต่าง ๆ เปรียบเสมือนกับข้อมูลที่ส่งผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
    • Lifestyle 2050 นิทรรศการพิเศษที่นำเสนอวิสัยทัศน์เมืองในปี ค.ศ.2020 โดยการใช้ผู้เข้าชมเข้าสำรวจ และเลือกสิ่งที่สนใจ เพื่อเข้าเป็นประชาชนเสมือนจริงในเมืองซึ่งการเลือกของแต่ละคนจะทำให้ได้อาชีพในเมืองที่แตกต่างกัน ผ่านการใช้ระบบควบคุมด้วยการปฏิสัมพันธ์ผ่าน Kinect และจอสัมผัส และแสดงผลด้วยเทคนิค Augmented Reality
    • ส่วนอื่นจะเป็นการจำลองสภาพแวดล้อม วัตถุจัดแสดง เช่น การจำลองสถานีอวกาศ การจัดแสดงหุ่นยนต์ และนิทรรศการที่ให้ข้อมูลผ่านระบบปฏิสัมพันธ์อื่น ๆ

Geo-cosmos ลูกโลกเสมือนจริงที่ลอยอยู่กลางโถงจัดแสดง และแสดงภาพพื้นผิวโลกที่เปลี่ยนตลอดเวลา

ผู้เข้าชมที่กำลังมีปฏิสัมพันธ์กับนิทรรศการ Lifestyle 2050

ขณะที่การจัดแสดงที่ทำให้พิพิธภัณฑ์มีความสำคัญแก่วงการการศึกษาของประเทศ คือการจัดแสดงที่ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นนิทรรศการกึ่งถาวรที่นำผลงานจากสถาบันการศึกษา นักเรียนนักศึกษามาจัดแสดง เช่น นิทรรศการ Laboratory for New Media ที่นำผลงานระบบปฏิสัมพันธ์หรือสื่อสมัยใหม่มาจัดแสดงจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ของประเทศ เช่น สิ่งอำนวยความสะดวกในบ้านรูปแบบใหม่ หุ่นยนต์ หรือศิลปะ และเทคนิคใหม่ที่เล่นกับการรับรู้ของคน เป็นต้น

พัดลมที่หมุนตามป้ายสัญลักษณ์ (marker) ในนิทรรศการ Laboratory for New Media

จากการทัศนศึกษาและวิเคราะห์เบื้องต้นชี้ให้เห็นถึง การออกแบบและประโยชน์ใช้สอยของสถาปัตยกรรมที่ตอบรับกับบริบทของพื้นที่เมืองทางด้านเทคโนโลยี ประกอบกับ Miraikan ได้แสดงถึงหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ที่ไม่ใช่เป็นเพียงสถานที่ให้ความรู้ หรือนำเสนอวิสัยทัศน์ในอนาคตเท่านั้น ทว่ายังเปิดโอกาสให้หลายภาคส่วนของประเทศได้นำเสนอและกำหนดอนาคตของประเทศร่วมกัน ผ่านพื้นที่ประชุมสัมนาวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากสถาบันการศึกษามาจัดแสดงผลงานแบบกึ่งถาวร ตลอดจนการรวบรวมความคิดเห็นของผู้เข้าชมผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับนิทรรศการจัดแสดง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ Miraikan ที่เป็นกลไกสำคัญหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ

1.2 พิพิธภัณฑ์จําลองสภาพแวดล้อมและจินตนาการ (theme park): Ghibli Museum

Ghibli Museum พิพิธภัณฑ์ของ Ghibli Studio สตูดิโอผู้สร้างอะนิเมะชื่อดัง เช่น Spirited Away ภาพยนตร์รางวัลออสการ์ สาขาแอนิเมชัน Princess Mononoke และ My Neighbor Totoro ซึ่งสภาพแวดล้อมของพิพิธภัณฑ์กลายเป็นสื่อจัดแสดงที่โดดเด่นด้วยการจําลองสภาพแวดล้อมและจินตนาการมาจากอะนิเมะของ Ghibli ในการเข้าสัมผัสพื้นที่ที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้ประสบการณ์ที่รับรู้ไม่ได้ด้วยการชมภาพยนตร์

Ghibli Museum ตั้งอยู่ ภายในสวน Inokashira ของเมือง Mitaka บริเวณชานเมืองโตเกียว ซึ่งการออกแบบทางสถาปัตยกรรมได้ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมของพื้นที่โดยการให้อาคารฝังตัวไปกับพื้นที่สวน ขณะเดียวกันรูปแบบอาคารยังเป็นการจำลองมาจากอาคารที่พบในอะนิเมะของสตูดิโอ ขณะที่ประโยชน์ใช้สอยนอกเหนือจากพื้นที่จัดแสดงที่ให้อิสระในการเข้าชมทั้งภายในและภายนอกอาคารแล้ว ยังมีส่วนพื้นที่ร้านอาหารที่จำลองมาจากภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน โดยผู้เข้าชมเป็นกลุ่มคนทุกวัยทุกช่วงอายุ ซึ่งแน่นย้ำถึงวัฒนธรรมอะนิเมะที่อยู่คู่กับสังคมญี่ปุ่นอย่างแนบแน่น

ด้านหน้าอาคาร Ghibli Museum ที่เป็นลักษณะเดียวกับอะนิเมะของสตูดิโอ

ภาพลักษณะอาคารจากอะนิเมะของ Ghibli เรื่อง Kiki’s Delivery Service
(ลิขสิทธิ์ของ Ghibli Studio)

ภาพลักษณะอาคารและสภาพแวดล้อมจากอะนิเมะของ Ghibli เรื่อง Castle in The Sky
(ลิขสิทธิ์ของ Ghibli Studio)

การออกแบบสื่อจัดแสดงอยู่ภายใต้แนวความคิด “let’s lose our way together” หรือ “กลับไปเป็นเด็กด้วยกัน” ซึ่งถูกแสดงออกผ่านทั้งภูมิสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรม และการจัดแสดง ที่จำลองมาจากอะนิเมะของสตูดิโอ รวมถึงการจัดแสดงเทคนิคการทำอะนิเมะหรือแอนิเมชัน และสภาพแวลล้อมภายในสตูดิโอของ Ghibli ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สำรวจ ค้นหา และเข้าชมนิทรรศการจัดแสดงได้อย่างอิสระทั้งภายในและนอกอาคาร เช่น

    • การจำลององค์ประกอบที่มาจากอะนิเมะ ทั้งภายในและนอกอาคาร ทั้งที่เห็นได้อย่างโดดเด่นและแอบซ่อนให้ค้นหา
    • Where A Film Begins นิทรรศการจัดแสดงสภาพแวดล้อมจำลองสตูดิโอ Ghibli รวมถึงให้ศิลปินมาวาดภาพจากอะนิเมะภายในนิทรรศการ
    • ห้องจัดแสดงที่จำลองสภาพแวดล้อมจากอะนิเมะแต่ละเรื่อง เช่น รถเมล์แมวจาก My Neighbor Totoro ห้องของแม่มดใน Spirited Away หรือหุ่นยนต์ทหาร ที่อยู่บนสวนหลังคาของพิพิธภัณฑ์

ตัวฝุ่นจาก Spirited Away ที่ซ่อนอยู่ในผนังของพิพิธภัณฑ์ สร้างความรู้สึกสนุกสนานในการค้นหา

หุ่นยนต์ทหารจากเรื่อง Castle in The Sky ตั้งอยู่บนสวนหลังคาของพิพิธภัณฑ์

สื่อจัดแสดงส่วนใหญ่เป็นวัตถุจัดแสดงทั้งของจริงและจำลอง ที่มีการสื่อสารทางเดียว หรือไม่มีระบบปฏิสัมพันธ์ ยกเว้นวัตถุจัดแสดงที่เป็นกลไกเคลื่อนไหวที่ผู้เข้าชมสามารถเปิด หมุน หรือเลื่อนได้

การที่งานสถาปัตยกรรมของ Ghibli Museum ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับเมืองและบริบทที่เป็นสวนได้อย่างสอดคล้องแล้ว งานสถาปัตยกรรมยังได้ส่งผลกลับไปยังเมืองในเชิงภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยว ทำให้ Ghibli กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมือง ผ่านตัวละครที่ปรากฏตามสถานที่ต่าง ๆ ของเมือง เช่น ตุ๊กตา Totoro ที่อยู่ในสถานีรถไฟ หรือรถโดยสารที่มีภาพตัวละครจากอะนิเมะของ Ghibli เป็นต้น

1.3 พิพิธภัณฑ์ศิลปะเพื่อชุมชน: 21st Century Museum of Contemporary Art

พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานประติมากรรมและศิลปะถาวรของศิลปินชื่อดัง เช่น Olafur Eliasson เจ้าของผลงานจําลองสภาพอากาศที่กระตุ้นอารมณ์ ของผู้เข้าชม The Weather Project ที่ Tate Modern, London โดยงานจัดแสดงผสานไปกับงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นในการทําหน้าที่เป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง และเปิดรับกับชุมชนโดยรอบ และพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะชั่วคราว จากงานออกแบบของ SANAA สถาปนิกเจ้าของ รางวัล Pritzker Prize ปี 2010

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ที่เมือง Kanazawa เมืองริมฝั่งทะเลตะวันตก ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่มีสวนญี่ปุ่นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ นอกจากนั้นยังเป็นเมือง Creative City ประเภทหัตถกรรม (crafts) ที่กำหนดโดย UNESCO และจากการไปทัศนศึกษาพบว่าเป็นเมืองที่มีการจัดการสภาพแวดล้อมเมืองที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในเส้นทางรถโดยสารท่องเที่ยว (loop bus) ที่ทันสมัยด้วยป้ายรถโดยสารที่แสดงตำแหน่งรถแต่ละคันด้วยระบบ GPS และในบริเวณเดียวกับสวน และปราสาทของเมือง

สภาพแวดล้อมของเมือง Kanazawa

จากเมืองที่โดดเด่นด้วยสวนสาธารณะชุมชน และสภาพแวดล้อมเมืองที่มีการจัดการที่ดี การออกแบบสถาปัตยกรรมจึงเน้นการออกแบบที่ทำให้สถาปัตยกรรมทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะที่สอดผสานไปกับบริบทโดยรอบและลดการแสดงออกของสถาปัตยรรม ผ่านการออกแบบที่ใช้รูปทรงเรขาคณิตพื้นฐาน กระจกโค้งโดยรอบอาคารที่สะท้อนสภาพแวดล้อมโดยรอบ เป็นอาคารระดับคนใช้งาน และสามารถเดินผ่านอาคารได้จากทุกทิศทาง พร้อมกับการมีประโยชน์ใช้สอยเพื่อบริการสาธารณะ เช่น ห้องสมุด พื้นที่กิจกรรม พื้นที่ประชุมเชิงปฏิบัติการ เป็นต้น โดยผู้ใช้งานมีทุกเพศทุกช่วงอายุ โดยใช้ประโยชน์ทั้งภายในและบริเวณพื้นที่นอกอาคาร

อาคารพิพิธภัณฑ์ที่ใช้กระจกในการสะท้อนสภาพแวดล้อมโดยรอบเพื่อการลดการแสดงออกของอาคาร

เนื่องจากพิพิธภัณฑ์ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับการจัดนิทรรศการศิลปะหมุนเวียน ทำให้ส่วนเนื้อหาและสื่อจัดแสดงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อย่างไรก็ตามสถาปัตยกรรมและงานประติมากรรมที่ตั้งอยู่ภายนอกและที่ผสานไปกับงานสถาปัตยกรรมจัดได้ว่าเป็นงานศิลปะถาวรของพื้นที่ที่ใช้ผู้เข้าชมสามารถเข้าสัมผัส หรือรับรู้ที่ว่างแบบใหม่ที่ศิลปินต้องการนำเสนอได้ เช่น สระว่ายน้ำกลางอาคาร หรือเขาวงกตผสมสีของ Olafur Eliasson ที่ตั้งอยู่ภายนอกอาคาร

สระว่ายน้ำกลางพิพิธภัณฑ์ที่หลอกตาผู้เข้าชม เนื่องจากภายใต้แผ่นน้ำสีฟ้าคือห้องที่สามารถเข้าชมเพื่อรับรู้ที่ว่างที่เปรียบเสมือนอยู่ใต้น้ำได้ ซึ่งเป็นงานศิลปะถาวรชิ้นหนึ่งของพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์ได้แสดงถึงการผสานกับไปเมืองที่คุณภาพสภาพแวดล้อมที่ดีอยู่เดิมได้อย่างเหมาะสมทั้งการออกแบบลักษณะอาคารที่ผสานไปกับสวนและพื้นที่สาธารณะ และประโยชน์ใช้สอยเพื่อบริการสาธารณะ ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่ให้ความรู้ ประสบการณ์ และสร้างวัฒนธรรมทางศิลปะ ที่เป็นวัฒนธรรมที่โดดเด่นอีกสิ่งหนึ่งของสังคมญี่ปุ่น ซึ่งทำให้ 21st Century Museum of Contemporary Art ทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะชุมชน และส่งเสริมคุณภาพเมืองไปพร้อมกัน

1.4 พิพิธภัณฑ์ที่แทรกสอดไปกับพื้นที่ ธรรมชาติ และชุมชน: เกาะ Naoshima และ Teshima

กลุ่มพิพิธภัณฑ์และศิลปะจัดแสดงในพื้นที่เกาะ Naoshima และ Teshima เคยเป็นพื้นที่จัดงาน Setouchi International Art Festival 2010 เทศกาลแสดงผลงานศิลปะของศิลปินและสถาปนิกชื่อดังจํานวนมาก รวมถึงผลงานศิลปะชุมชน เช่น Benesse Art Site โรงแรมที่ผสานไปกับพิพิธภัณฑ์ Chichu Art Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สร้างใต้ดินผสานไปกับภูมิทัศน์ของพื้นที่จากผลงานของ Tadao Ando และ Art House Project บ้าน โบราณที่ศิลปินแปลงเป็นงานศิลปะที่ผสานไปกับชุมชนเดิมบนเกาะ Naoshima และ Teshima Art Museum ผลงานล่าสุดของ Ryue Nishizawa (SANAA) ที่ใช้พื้นดินเดิมของพื้นที่เป็นแม่แบบในการสร้างโครงสร้างคอนกรีตโค้ง ที่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่โดดเด่นด้วยแนวความคิดใหม่ในการสร้างงานและผสานไปกับพื้นที่โดยรอบของเกาะ Teshima

เกาะ Naoshima และ Teshima เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะใน Seto Inland Sea แต่เดิมเป็นพื้นที่ลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรม ทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยอพยพย้ายออกจำนวนมาก แต่ด้วยความสวยงามของพื้นที่ทางธรรมชาติจึงมีการวางแผนฟื้นฟูเป็นพื้นที่จัดแสดงและรวบรวมผลงานศิลปะสถาปัตยกรรมทั้งจากศิลปินชื่อดัง และศิลปินอิสระจำนวนมาก โดยการสนับสนุนของบริษัท Benesse Holdings และ Naoshima Fukutake Art Museum Foundation  ที่เป็นผู้รวบรวมผลงานศิลปะ ตลอดจนการตั้งคณะกรรมการ Setouchi International Art Festival Executive Committee เพื่อดูแลการจัดงานเทศกาลดังกล่าว (http://www.benesse-artsite.jp/en/about/history.html; http://setouchi-artfest.jp/en/; http://setouchi-artfest.jp/en/about/concept/) ทําให้ในปัจจุบันนอกจากหมู่เกาะในพื้นที่เป็นกรณีศึกษาของพื้นที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญแล้ว ขณะเดียวกันยังมีชื่อเสียงในการเป็นแหล่งทรัพยากรสร้างสรรค์ ศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่สำคัญของประเทศ ตลอดจนส่งเสริมเกิดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งสร้างรายได้ให้กับผู้ที่อยู่อาศัยบนเกาะด้วยเช่นกัน โดยผู้เข้าชมส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวทุกเพศตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นขึ้นไป

สภาพภูมิประเทศทางธรรมชาติของพื้นที่ ได้ส่งผลให้ศิลปินและสถาปนิกออกแบบงานสถาปัตยกรรมที่เน้นการผสานไปกับพื้นที่ เช่น Teshima Art Museum ที่ใช้รูปทรงเดิมของเนินดินเป็นรูปทรงของอาคาร เน้นการใช้วัสดุหลักและสีของอาคารเดียว เช่นเดียวกับ Chichu Art Museum ที่โครงสร้างอาคารส่วนใหญ่ฝั่งอยู่ใต้ดินและใช้คอนกรีตเปลือย หรือ Art House Project ที่ใช้บ้านเก่าในชุมชนแปลงเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงาน ซึ่งแนวคิดดังกล่าวทำให้สถาปัตยกรรมแทรกตัวในบริบทได้อย่างแนบเนียน

Teshima Art Museum บนเกาะ Teshima ที่ฝังตัวไปกับสภาพแวดล้อมของเกาะ

สื่อจัดแสดงในพื้นที่เป็นสิ่งที่โดดเด่นและแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ ที่ได้เข้าชม จากการใช้แนวคิดของหนึ่งสถาปัตยกรรมต่อหนึ่งงานศิลปะหรือหนึ่งกลุ่มของงานศิลปะ ส่งผลให้การออกแบบสถาปัตยกรรมจำเป็นต้องออกแบบเฉพาะผลงานศิลปะแต่ละงานเท่านั้น ในพื้นที่นี้สถาปัตยกรรมจึงกลายเป็นผลงานศิลปะเต็มรูปแบบ ด้วยแนวคิดดังกล่าวประกอบกับการสนับสนุนให้ผู้เดินทางมายังแต่ละเกาะใช้การปั่นจักรยานเพื่อชมพิพิธภัณฑ์ สถาปัตยกรรม และประติมากรรมที่กระจายอยู่ทั่วเกาะ ทำให้เกาะทั้งเกาะกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตขนาดใหญ่ ที่สามารถสำรวจผลงาน ชีวิต ชุมชน หรือธรรมชาติได้อย่างอิสระ ดังตัวอย่างสื่อจัดแสดง เช่น

    • Teshima Art Museum พิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอที่ว่างเดี่ยว (single space) น้ำผุด น้ำไหล แอ่งน้ำ และเส้นเชือก
    • Art House Project กลุ่มบ้านศิลปะที่นำเสนอผลงานของศิลปินหลากหลายคน โดยกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของชุมชนให้ผู้เข้าชมได้ค้นหา เช่น บ้านตัวเลขดิจิตอลในบ่อน้ำ ที่ว่างในความมืด ศิลปะนามธรรม ศาลเจ้ากับบันไดแก้ว สวนญี่ปุ่น เป็นต้น
    • Chichu Art Museum พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมผลงาน ภาพ Water Lilies ของ Claude Monet ผลงานที่เล่นกับการรับรู้แสง สี และที่ว่างของ James Turrell และผลงานหินอ่อนทรงกลมขนาดยักษ์ของ Walter De Maria
    • ประติมากรรมอื่น ๆ ที่ไม่ได้จัดแสดงอยู่ภายในอาคารสถาปัตยกรรม ซึ่งแฝงตัวไปกับพื้นที่ทั้งถนน ริมน้ำ หรือในป่าของเกาะ

ทางเดินที่นำเข้าสู่อาคารจัดแสดงของ Teshima Art Museum

ประติมากรรมฟักทอง หนึ่งในประติมากรรมและสัญลักษณ์ประจำเกาะ Naoshima โดยศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่น Yayoi Kusama

แม้ว่าจะเป็นงานที่ไม่มีระบบปฏิสัมพันธ์ (สื่อสารทางเดียว) กับผู้เข้าชม แต่สื่อจัดแสดงหรือผลงานศิลปะในพื้นที่สร้างความน่าสนใจในมิติใหม่ให้กับผู้เข้าชม โดยเน้นความเป็นศิลปะและเล่นกับการรับรู้ของคน สร้างความสนุกในการค้นหา กระตุ้นให้เกิดการตั้งคำถาม และตีความได้อย่างอิสระ

การสร้างพื้นที่ศิลปะ Art Setouchi ได้แสดงให้เห็นถึงมิติใหม่ของศิลปะและการจัดแสดงของประเทศญี่ปุ่นในหลายประเด็น โดยเฉพาะส่วนสำคัญคือการพัฒนาและการสนับสนุนศิลปะและสถาปัตยกรรมในพื้นที่ได้ทำให้เกาะที่กำลังตายได้ฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ได้อย่างน่าชื่นชม และกลายเป็นแหล่งทรัพยากรสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจ จากการดึงดูดด้วยผลงานของศิลปินและสถาปนิกชื่อดัง ความคิดใหม่จากกลุ่มศิลปินอิสระที่เข้าร่วมในการจัดแสดง การพัฒนาประโยชน์ใช้สอยทางสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ทั้งการผสานโรงแรมเข้ากับพื้นที่ศิลปะ การออกแบบให้สถาปัตยกรรมเป็นหนึ่งเดียวหรือกลายเป็นผลงานศิลปะ รวมถึงสื่อจัดแสดงที่เรียบง่ายในทางเทคนิควิธีการ แต่แปลกใหม่และสร้างความประหลาดใจด้วยแนวความคิดในการจัดแสดงที่มุ่งตรงไปที่การรับรู้ของผู้เข้าชม

1.5 สรุปประเด็นสำคัญจากการทัศนศึกษา

จากการไปทัศนศึกษาและวิเคราะห์พิพิธภัณฑ์ทั้ง 4 พื้นที่ ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดร่วมสำคัญทางบริบทของเมือง สถาปัตยกรรม และสื่อจัดแสดง ดังนี้

1.5.1 พิพิธภัณฑ์และสื่อจัดแสดงสะท้อนถึงสังคมและวัฒนธรรมในหลากมิติ พิพิธภัณฑ์ นิทรรศการ หรือการจัดแสดงของประเทศญี่ปุ่นได้ชี้ให้เห็นว่า สื่อจัดแสดงที่ประสบความสำเร็จสามารถสะท้อนลักษณะ วัฒนธรรม หรือทิศทางของสังคมได้หลากรูปแบบโดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ดังเช่นสื่อจัดแสดงของญี่ปุ่นที่สื่อความเป็นประเทศญี่ปุ่นผ่านทั้งทางเทคโนโลยี อะนิเมะ วัฒนธรรม และศิลปะ ต่างจากการจัดแสดงของประเทศไทยที่เน้นไปในทิศทางเดียว โดยเฉพาะการจำลองสภาพแวดล้อมโบราณ เช่น ตลาดร้อยปี เพลินวาน เป็นต้น และพื้นที่จัดแสดงศิลปะที่เป็นเพียงแค่การจัดแสดงผลงานโดยไม่เน้นการตอบรับกับชุมชนหรือเมืองที่ตั้ง

1.5.2 ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างเมือง พิพิธภัณฑ์ และสื่อจัดแสดง ทุกพิพิธภัณฑ์ที่ได้เข้าชมได้แสดงออกถึงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบดังกล่าวอย่างชัดเจนในทางใดทางหนึ่ง โดยเฉพาะการออกแบบสถาปัตกรรมที่ตอบรับกับเมืองทางกายภาพรูปแบบอาคาร และประโยชน์ใช้สอยที่ตอบรับกับชุมชน ขณะเดียวกันสถาปัตยกรรมได้สร้างผลให้กับเมืองหรือพื้นที่อย่างชัดเจน ดังเช่น Ghibli Museum ที่เปลี่ยนเมืองให้เป็นเมืองท่องเที่ยว หรือกลุ่มสถาปัตยกรรมใน Art Setouchi ที่ส่งผลขนาดที่สามารถทำให้เกาะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการตระหนักในผลของการออกแบบและสร้างสถาปัตยกรรมในบริบทของแต่ละพื้นที่ และด้วยกระบวนการดังกล่าวได้ทำให้แต่ละพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่นได้แสดงออกถึงความเป็น “ย่าน” ได้อย่างชัดเจน

ขณะที่ความสัมพันธ์ดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับสื่อจัดแสดงที่จะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกับการออกแบบสถาปัตยกรรม (และในทางกลับกัน หรือผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมและสื่อจัดแสดง) ซึ่งสื่อจัดแสดงจะสามารถทำหน้าที่สนับสนุนทางด้านการถ่ายทอดเนื้อหา และสัมผัสกับการรับรู้ในระดับคนได้มากกว่างานสถาปัตยกรรม ทำให้เมื่อสถาปัตยกรรมและสื่อจัดแสดงสามารถตอบรับกับเมืองได้แล้วจะส่งผลกลับไปยังคนในเมือง ซึ่งเป็นวงจรของการพัฒนาเมืองและคนในเมืองที่เปลี่ยนแปลงตามบริบทของสังคมในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างไม่สิ้นสุด ดังเช่น การสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ Miraikan ในทุกภาคส่วนของสังคม จากสื่อจัดแสดงที่กระตุ้นวัฒนธรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียน การกลับมานำเสนอผลงานจากนักศึกษาในสถาบันการศึกษา สู่บทบาทของการเป็นนักพัฒนาหรือนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศ

1.5.3 สื่อจัดแสดงเล่นกับการรับรู้ของผู้เข้าชม จากหลักการออกแบบสื่อท่ีไ่ด้สรุปจากการศึกษา “เปิดมุมมองสื่อน่าสนใจในเวิลด์เอ็กซ์โป” วิเคราะห์เปรียบเทียบกับสื่อจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ที่ได้เข้าชม พบว่า

    • การออกแบบสื่อจัดแสดงใน Miraikan เน้นการทําให้รู้สึกมีส่วนร่วม ทําให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจ และทําให้รู้สึกถึงผลสําเร็จ ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของกลุ่มสื่อปฏิสัมพันธ์ ที่ใช้เพื่อต้องการใช้ผู้เข้าชมรู้สึกสนุก และรับรู้เนื้อหาได้ง่ายขึ้น ในที่นี้คือเนื้อหาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีความยากและซับซ้อน
    • การออกแบบสื่อจัดแสดงใน Ghibli Museum เน้นการทําให้รู้สึกผูกพัน และทําให้รู้สึกซาบซึ้ง ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของกลุ่มสื่อที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ที่ใช้เพื่อต้องการให้ผู้เข้าชมได้ระลึกถึงความทรงจำที่มีต่อประสบการณ์หรือเนื้อหาในอดีต ในที่นี้คืออะนิเมะของ Ghibli และสร้างความสนุกสนานด้วยสื่อที่ ทําให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจ และทําให้รู้สึกน่าค้นหา
    • 21st Century Museum of Contemporary Art เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไม่ได้เน้นการตอบโจทย์ด้านการจัดแสดงในตัวเอง เนื่องจากเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะชั่วคราว แต่เป็นการตอบโจทย์ด้านการบริการสาธารณะ หรือชุมชนโดยรอบ ขณะที่สื่อศิลปะถาวรที่อยู่ในพื้นที่อยู่นอกเหนือจากหลักการออกแบบสื่อเดิมโดยเป็นสื่อที่ทำให้ตั้งคำถามถึงสิ่งที่รับรู้ หรือเล่นกับการรับรู้ของคน
    • การออกแบบสื่อจัดแสดงใน Art Setouchi ได้เน้นย้ำถึงการออกแบบสื่อศิลปะถาวรที่ 21st Century Museum of Contemporary Art ในการทำให้ตั้งคำถามถึงสิ่งที่รับรู้ ซึ่งการตั้งคำถามเป็นลักษณะพื้นฐานของงานศิลปะ  แต่วิธีการนำเสนอดังล่าวถูกผลักดันผ่านงานศิลปะที่ไม่ใช่แค่ภาพวาดหรือประติมากรรม แต่เป็นงานศิลปะและที่ว่างทางสถาปัตยกรรมที่นำเสนอมุ่งตรงสู่การรับรู้ทางชีวภาพของคน เช่น การรับรู้แสงสีในความมืดของ หนึ่งใน Art House Project หรือที่ว่างของ Teshima Art Museum นอกจากนี้สื่อจัดแสดงยังมีทางด้านการทําให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจจากขนาดหรือการนำเสนอของสื่อหรือสถาปัตยกรรม และทําให้รู้สึกถึงผลสําเร็จจากการการสำรวจ ค้นหาตำแหน่งของสื่อจัดแสดงที่ฝังตัวในพื้นที่เกาะ แต่ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงกับประสบกาณ์หรือความเป็นส่วนตัวมากกว่าสิ่งที่สื่อต้องการนำเสนอ

ดังนั้นสื่อจัดแสดงในพื้นที่ Art Setouchi ได้ชี้ให้เห็นถึงการออกแบบสื่อที่น่าสนใจในมิติอื่นที่นอกเหนือจากผลการศึกษาเดิม คือ สื่อที่ทำให้เกิดการตั้งคำถามหรือสงสัยถึงสิ่งที่รับรู้ทางชีวภาพของคน ซึ่งเป็นไปได้ที่จะสามารถส่งผลกระทบต่อความคิดและอารมณ์ผู้เข้าชมอย่างมากเนื่องจากเป็นการสื่อสารโดยตรงกับการรับรู้ และขอบเขตของการรับรู้ทางชีวภาพของผู้เข้าชม

2. การบรรยายพิเศษ

จากผลการเดินทาง เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง จึงได้เสนอทางคณะฯ ในการจัดบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Exhibit Japan: มองญี่ปุ่นผ่านสื่อจัดแสดง” เพื่อนำเสนอการเดินทางและประสบการณ์จากทัศนศึกษา ประกอบกับการศึกษาวิจัยและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสื่อจัดแสดงอื่น ๆ ซึ่งหวังว่าจะเป็นการกระตุ้นการตระหนักในความสัมพันธ์ระหว่างการออกแบบสถาปัตยกรรมและบริบททางพื้นที่ สร้างแรงบันดาลใจ และให้ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบการจัดแสดงจากประสบการณ์ต่อนักศึกษาสถาปัตยกรรม และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะจัดการบรรยายในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555 ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: